บัลลงดอร์ 2025 จะเป็นของใคร? เมื่อราชาฟาโรห์ร่วงจากบัลลังก์

บัลลงดอร์ 2025

เพียงหนึ่งเดือนก่อน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังถูกวางตัวเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับรางวัลอันทรงเกียรติ บัลลงดอร์ 2025 ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรง และความเป็นผู้นำของลิเวอร์พูลที่หลายคนยอมรับ ทว่าภาพที่เคยชัดกลับเริ่มเลือนลาง เมื่อทีมของเขาต้องตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนเวลาอันควรตัดโอกาสลุ้นแชมป์ใบใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างเจ็บแสบ นั่นทำให้สถานะเต็งหนึ่งของเขาสั่นคลอนอย่างรุนแรง

เปิดตัวเต็งคว้า บัลลงดอร์ 2025 แทนที่  โม ซาลาห์

บัลลงดอร์ 2025 แทนที่  โม ซาลาห์

ในขณะเดียวกัน ดาวเตะอีกหลายคนกลับโชว์ฟอร์มสุดปังแบบไม่มีพัก โดยเฉพาะราฟินญ่า ปีกแซมบ้าของบาร์เซโลน่า ที่ไม่เพียงพาทีมทะลุเข้ารอบลึกในถ้วยยุโรป แต่ยังทำสถิติส่วนตัวระดับเทพ แซงหน้ารุ่นพี่ในทีมอย่างเลวานดอฟสกี้ หรือแม้แต่เจ้าหนูดาวรุ่งอย่าง ลามีน ยามาล ได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อเส้นทางบัลลงดอร์ไม่ได้พิจารณาแค่ฝีเท้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงถ้วยแชมป์ ผลงานทีม และการเรียกคะแนนเสียงจากนักข่าวทั่วโลก การแข่งขันจึงดุเดือดเกินจะคาดเดา ใครกันจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แห่งลูกหนังโลกในปี 2025 นี้?

ราฟินญ่า จากปีกธรรมดาสู่ราชานักสร้างสถิติ

น้อยคนนักจะคาดคิดว่า ราฟินญ่า อดีตแข้งลีดส์ ยูไนเต็ด ผู้เคยวิ่งบ้าคลั่งในพรีเมียร์ลีกเมื่อสามปีก่อน จะกลายมาเป็นตัวเต็งบัลลงดอร์แบบเต็มตัวในปี 2025 ด้วยฟอร์มอันจัดจ้านที่พาให้บาร์เซโลน่ากลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในฤดูกาลนี้ เขาลงสนามให้ต้นสังกัดไปแล้วถึง 47 นัด มีส่วนร่วมกับประตูถึง 46 ประตู โดยยิงเอง 27 ประตู และจ่ายให้เพื่อนถึง 19 ครั้ง—เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความสำคัญระดับ “หัวใจ” ของทีมได้อย่างไม่ต้องสงสัย เขาเหนือกว่าเพื่อนร่วมทีมอย่างเลวานดอฟสกี้ ที่แม้จะยิงได้เยอะถึง 35 ประตู แต่แอสซิสต์เพียง 3 ครั้ง กับลามีน ยามาล ที่ผลงานรวมยังไม่ใกล้เคียง

ราฟินญ่า บัลลงดอร์ 2025

นอกจากนี้ ราฟินญ่ายังขึ้นแท่นดาวซัลโวของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ณ เวลานี้ ด้วยจำนวน 11 ประตู พร้อมกับเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แอสซิสต์ได้มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์และหากบาร์ซ่าคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้จริง รางวัลบัลลงดอร์ก็คงหลุดไม่พ้นมือเขา ความสามารถที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด, ผลงานที่ต่อเนื่อง และโอกาสคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ ล้วนทำให้ชื่อของราฟินญ่ากลายเป็นกระแสร้อนแรงที่สุดในเวลานี้ ติดตามผลงาน ดูไฮไลท์ฟุตบอล ของ ราฟินญ่า คลิกได้เลย

เรอัล มาดริดกับสองตัวเต็ง วินิซิอุส vs เอ็มบัปเป้

หากพูดถึงสโมสรที่มักมีบทบาทสำคัญในการตัดสินบัลลงดอร์ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด คงไม่มีทางหลุดโผ เพราะชื่อเสียง ความสำเร็จ และจำนวนผู้สื่อข่าวที่จับตาดูอยู่ทั่วโลก ล้วนทำให้ผู้เล่นของพวกเขาได้เปรียบเสมอ ในฤดูกาลนี้ สองตัวแทนหลักที่มีลุ้นคือ วินิซิอุส จูเนียร์ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทั้งคู่มีฟอร์มที่ไม่ธรรมดา—โดยเฉพาะวินิซิอุสที่โชว์ความเร็ว, เทคนิค และความเฉียบคมในการทำประตูอย่างต่อเนื่อง

วินิซิอุส vs เอ็มบัปเป้

เอ็มบัปเป้เองก็พิสูจน์ตัวว่าเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลต่อเกมสูง ทั้งในเกมลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และหากราชันคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ โอกาสที่หนึ่งในสองคนนี้จะได้รางวัลก็สูงมาก ต้องไม่ลืมว่า บัลลงดอร์เป็นรางวัลที่นักข่าวทั่วโลกเป็นผู้ลงคะแนน และนักเตะจากมาดริดก็มักจะ “ได้ใจ” สื่อได้ดีเสมอ ชื่อของวินิซิอุสเคยพลาดรางวัลให้ โรดรี้ เมื่อปีก่อนก็ยังเป็นประเด็นให้ถกเถียงอยู่จนทุกวันนี้ แปลว่าหากปีนี้มาดริดประสบความสำเร็จอีกครั้ง บัลลงดอร์อาจกลับมาอยู่ในมือของแข้งชุดขาวอีกครั้ง

ตัวสอดแทรกสุดเซอร์ไพรส์ เดมเบเล่ & แฮร์รี่ เคน

แม้จะมีชื่อเสียงไม่เทียบเท่ากับกลุ่มดาวเตะข้างต้น แต่อย่าประมาทสองคนนี้ อุสมาน เดมเบเล่ กับ แฮร์รี่ เคน ที่ต่างมีโอกาสพลิกสถานการณ์แบบไม่มีใครคาดคิด ในกรณีของ เดมเบเล่ หากเปแอสเชคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นั่นจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางอาชีพของเขา และอาจทำให้ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงในฐานะผู้คว้าบัลลงดอร์ได้เช่นกัน เพราะนอกจากสไตล์การเล่นที่เร้าใจแล้ว เขายังเป็นคีย์แมนในแนวรุกของทีมจากฝรั่งเศสอีกด้วย

เดมเบเล่ & แฮร์รี่ เคน

ส่วน แฮร์รี่ เคน ที่หลายคนแซวว่า “มีแชมป์แค่ออดี้ คัพ” นั้น หาก บาเยิร์น มิวนิค สามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ เขาก็อาจกลายเป็นม้ามืดที่ไต่ขึ้นมาคว้ารางวัลได้ เพราะผลงานส่วนตัวในบุนเดสลีกานั้นดีเยี่ยมอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องมี “โทรฟี่เมเจอร์” มาประดับเกียรติยศให้ครบเครื่องเท่านั้น ทั้งสองเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าในโลกของฟุตบอล อะไรก็เกิดขึ้นได้ และในปีที่ไม่มีทัวร์นาเมนต์ทีมชาติใหญ่ๆ ผลงานสโมสรอาจกลายเป็นตัวชี้ชะตาอย่างแท้จริง

บทสรุปรางวัล บัลลงดอร์ 2025 ใครคือผู้ถูกลิขิต?

เมื่อฟ้าลิขิตให้เส้นทางของ โม ซาลาห์ ต้องสะดุดกลางทางในเวทียุโรป ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาคือ “เต็งหนึ่ง” อย่างแท้จริง ทำให้ปีนี้กลายเป็นเวทีของนักเตะอีกหลายคนที่มีโอกาสเฉิดฉายและคว้ารางวัลสูงสุดนี้ไปครอง ราฟินญ่า ผู้พาให้บาร์เซโลน่าเข้าใกล้ทริปเปิ้ลแชมป์ กลายเป็นตัวเต็งใหม่แบบไม่ต้องสงสัย ขณะที่ วินิซิอุส และ เอ็มบัปเป้ ต่างก็มาด้วยผลงานในถ้วยยุโรปอันยอดเยี่ยม พร้อมชื่อเสียงระดับโลกที่เป็นทุนเดิม บวกกับความเกรงใจจากนักข่าวสายฟุตบอลที่พร้อมสนับสนุนผู้เล่นจากเรอัล มาดริด

แม้แต่นักเตะอย่าง เดมเบเล่ หรือ เคน ก็ยังมีโอกาสลุ้นหากสามารถพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ นี่แหละคือความงดงามของการแข่งขันบัลลงดอร์ ที่เปิดกว้างและไม่สามารถคาดเดาได้เลย และสุดท้าย หากผู้เขียนมีสิทธิ์โหวตคะแนนให้ใครสักคน เชื่อเหลือเกินว่า “ราชันแห่งแดนฟาโรห์” จะยังคงอยู่ในใจเสมอ เพราะในวงการฟุตบอลนี้ บางครั้งคนที่ดีที่สุดก็ไม่ได้เป็นผู้ได้รับรางวัลเสมอไป แต่อย่างน้อยที่สุด…เขาคือผู้ชนะในหัวใจแฟนบอลทั้งโลก

ข่าวบอลอื่นๆที่น่าสนใจ